เมนู ขนม ทอดทำขาย ชี้ช่องอาชีพเสริมสร้างรายได้กำไรเร็ว

เมนูขนมทอดทำขาย ชี้ช่องอาชีพเสริมสร้างรายได้กำไรเร็ว ใครอยากหาอาชีพหลัก หรืออาชีพทำเงิน เรามีเมนูขนมทอดทำขาย สูตรขนมไทย กรอบอร่อย กินเป็นของว่างสุดเพลิน และยังทำเป็นสูตรอาหารขายสร้างอาชีพด้วยตนเองได้ด้วย

ทุกวันนี้ค่าครองชีพสูง สำหรับมนุษย์เงินเดือนรายรับเท่าเดิม แต่รายจ่ายเพิ่มมากขึ้น สำหรับพ่อค้าแม่ค้ายอดขายก็มีแต่ทรงกับทรุด ถ้ามัวแต่ใช้เงินแล้วไม่หาเพิ่มก็สร้างครอบครัวลำบาก หรือปิดหนี้ไม่ได้สักที เอาล่ะ… ใครอยากมองหาอาชีพใหม่ หรืออยากหารายได้พิเศษ อยากให้ลองมาทำขนมทอดขายกัน เพราะเป็นของกินเล่นที่คุ้นเคย ใครเห็นก็อยากซื้อ และต้นทุนไม่สูงมากนัก แต่กำไรดีงามมาก ขอนำเสนอวิธีทำขนมทอดทำขาย เช่น กล้วยฉาบ ขนมไข่นกกระทา ถั่วทอดแผ่น ขนมดอกจอก ขนมงาทอด มันทอด เผือกทอด เป็นต้น ถ้าฝึกฝีมือจนช่ำชองแล้ว อย่ารอช้า ! มาลุยตลาดกันเลยจ้า

กล้วยฉาบ

กล้วยฉาบเป็นขนมไทยกินเล่นที่เห็นทุกร้านขายของชำ หรือแม้แต่ในร้านสะดวกซื้อชื่อดัง สำหรับใครที่อยากทำกล้วยฉาบขายบอกเลยว่าลงทุนไม่เยอะ แค่มีกล้วยน้ำว้าดิบ และน้ำมันพืชสำหรับทอด พอทอดเสร็จก็เอาไปคลุกกับน้ำตาลละลายจนทั่ว

ส่วนผสม กล้วยฉาบ
• กล้วยน้ำว้าดิบ 1 หวี
• น้ำปูนใส (สำหรับแช่กล้วย)
• น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
• น้ำเปล่า 5 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
• เนยสดเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำกล้วยฉาบ
1. ปอกเปลือกกล้วยแล้วฝานตามความยาว นำไปแช่น้ำปูนใส ประมาณ 15 นาที เพื่อให้ยางกล้วยออกมา
2. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไปกะพอให้ท่วมกล้วย ใส่กล้วยลงไปทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันและพักบนตะแกรง
3. ใส่น้ำกับน้ำตาลทรายลงในกระทะ เคี่ยวจนน้ำตาลละลายและเหนียวข้น ใส่เนยเค็มลงไป คนให้เข้ากัน ปรับไฟให้อ่อนสุด เทกล้วยทอดกรอบลงไป คลุกจนเข้ากัน ปิดไฟ พักไว้จนเย็น นำใส่ภาชนะปิดอย่าให้อากาศเข้า

ขนมไข่นกกระทา

อย่าว่าแต่ทำขายเลย ถ้าทำกินเองก็กินเกลี้ยงแน่นอนสำหรับขนมไข่นกกระทา สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ ขนมลูกกลม ๆ ทอดจนกรอบสามารถทำขายได้กำไรดี เพราะต้นทุนไม่สูง และยังสามารถใช้มันม่วงหรือมันส้มเพิ่มความต่างจากคู่แข่ง รวมทั้งอาจสอดไส้ชีสลงไปเพิ่มมูลค่าได้ด้วยนะคะ

ส่วนผสม ขนมไข่นกกระทา
• แป้งมันสำปะหลัง 100 กรัม
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 25 กรัม (ถ้าชอบแบบเหนียวนุ่ม ก็สามารถใช้แป้งข้าวโพดแทนได้ค่ะ)
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย 100 กรัม
• เกลือ 1/2+1/4 ช้อนชา
• มันเทศนึ่งบดละเอียด 350 กรัม
• น้ำปูนใสประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะ (ค่อย ๆ ใส่แล้วนวดจนแป้งไม่ร่วนและปั้นเป็นลูกได้ จะน้อยหรือมาก บวก-ลบน้ำเอาได้เลยค่ะ)

วิธีทำขนมไข่นกกระทา
1. ร่อนแป้งมันสำปะหลัง แป้งสาลีอเนกประสงค์ และผงฟู ใส่น้ำตาลทรายและเกลือลงไป คนส่วนผสมให้เข้ากัน เทใส่ลงไปในมันเทศที่นึ่งบดแล้ว แบ่งแป้งใส่สัก 3 รอบ นวดขยำจนเข้ากัน หลังจากนั้นค่อย ๆ ใส่น้ำปูนใสลงไปทีละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนวดจนแป้งเนียนไม่ร่วน สามารถปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้นปั้นเป็นลูกกลม ๆ เตรียมไว้
2. ตั้งน้ำมันให้ร้อน แล้วนำไข่นกกระทาลงไปทอดด้วยไฟอ่อน ๆ คนไปด้วยขนมจะได้ไม่ไหม้ พอทอดจนขนมเริ่มเหลืองฟูขึ้น ก็นำตะหลิวกดยีขนม เพื่อให้ขนมฟูขึ้นจากขนาดเดิมประมาณ 1.5-2 เท่า ฟูมากก็กลวงมาก พอพองเหลืองแล้วก็ต้องทอดต่อไปอีกสัก 4-5 นาที เพื่อให้ผิวขนมเซตตัวกรอบดี ถ้าตักขึ้นมาเร็วก็จะยุบและแฟบ พอสุกพองเหลืองได้ที่แล้วก็ตักมาพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน

ถั่วทอดแผ่น

ใครที่อยากขายขนมทอดหากินยาก ขอนำเสนอเมนูถั่วทอดแผ่นเลยค่ะ ต้นทุนของถั่วลิสงดิบอาจสูงไปหน่อย แต่เราสามารถนับเม็ดถั่วทอดต่อแผ่นได้นะคะ และจัดเป็นชุด ๆ ขายถุงละ 30-50 บาทก็มีคนซื้อค่ะ ยิ่งถ้าอยากสร้างความแปลกดัดแปลงเป็นถั่วทอดกลอยดูค่ะ

ส่วนผสม ถั่วทอดแผ่น
• ถั่วลิสงดิบ 6 ถ้วย
• แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
• แป้งมันสำปะหลัง 4 ช้อนโต๊ะ
• ไข่ไก่ 2 ฟอง
• น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
• เกลือ 1 ช้อนชา
• น้ำปูนใส 1 ถ้วย
• น้ำกะทิ 1 ถ้วย
• น้ำมันสำหรับทอด
• พิมพ์ถั่วทอด

วิธีทำถั่วทอดแผ่น
1. เตรียมอ่างผสม ใส่แป้ง ไข่ น้ำตาลทราย และเกลือ คนพอเข้ากัน ค่อย ๆ เติมน้ำปูนใสลงไป นวดจนส่วนผสมเข้ากันดี เติมน้ำกะทิลงไป คนให้เข้ากัน แล้วนำไปกรองด้วยกระชอนถี่ ๆ หรือผ้าขาวบาง
2. ใส่น้ำมันลงในกระทะหรือหม้อสำหรับทอด พอน้ำมันร้อน นำพิมพ์ลงแช่ในน้ำมันพอร้อนแล้วนำขึ้นมา (เพื่อให้ขนมไม่ติดพิมพ์) เทน้ำมันออก
3. ตักแป้งใส่พิมพ์ความหนาบางตามชอบ โรยถั่วลงไปพอทั่ว นำพิมพ์ลงทอดในน้ำมันที่ร้อน ใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน พอแป้งสุกจะลอยตัวหลุดพิมพ์ออกมาเอง ถ้ายังไม่หลุดก็ให้ช้อนหรือใช้ไม้ปลายแหลมช่วยแงะออก ทำจนแป้งหมด
4. ทอดจนแผ่นถั่วเหลืองกรอบทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พอขนมเย็นตัวลง จัดเสิร์ฟหรือเก็บใส่ภาชนะมีฝาปิดสนิท

ขนมดอกจอก

เราอาจคุ้นตากับพ่อค้าแม่ค้าหาบขนมดอกจอกมาขายตามตลาด ใครอยากลองทำสร้างรายได้จัดเลยค่ะ พบกับขนมดอกจอก จะใช้พิมพ์ดอกจอกไซส์ไหนก็ตามชอบ แม้ถุงหนึ่งตกสิบบาทหรือยี่สิบบาท แต่แอบกระซิบว่าได้กำไรต่อถุงเกือบเท่าตัวนะคะ ยิ่งทอดปริมาณเยอะ กำไรยิ่งแยะเลยค่ะ

ส่วนผสม ขนมดอกจอก
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
• แป้งข้าวเจ้า 150 กรัม
• แป้งมันสำปะหลัง 50 กรัม
• น้ำปูนใส 250 กรัม
• ไข่ไก่ 2 ฟอง
• เกลือ 1/2 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย 50 กรัม
• หัวกะทิ 500 กรัม
• งาดำ

วิธีทำขนมดอกจอก
1. นำแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และแป้งมัน เทรวมกัน ตามด้วยน้ำปูนใส นวดไปเรื่อย ใส่ไข่ไก่นวดต่อไปเรื่อย ๆ
2. ใส่เกลือและน้ำตาลทราย นวดให้เข้ากัน เทกะทิแล้วนวดให้ส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้เวลานวดค่อนข้างนานกว่าส่วนผสมจะเข้ากันดี กรองด้วยกระชอนตาถี่ เพื่อแป้งจะละเอียดเนียนสวย
3. ใส่งาดำตามชอบ หรือจะใส่งาขาวด้วยก็ได้
4. เริ่มทอดโดยนำพิมพ์ไปแช่ทิ้งไว้ในน้ำมันที่ร้อนประมาณ 10 นาที พอพิมพ์ร้อนได้ที่แล้วก็ซับด้วยน้ำมันก่อนที่จะไปชุบแป้ง จุ่มพิมพ์ลงไปในแป้ง แต่อย่าจุ่มจนมิด (เพราะถ้าจุ่มมิดแป้งจะติดพิมพ์ ไม่หลุด)
5. นำพิมพ์ชุบแป้งเสร็จแล้วลงไปทอดในน้ำมันที่ร้อน ใช้ไฟกลาง พอเอาพิมพ์จุ่มลงในน้ำมันแล้วค่อย ๆ เขย่าพิมพ์ แป้งก็จะหลุดออกจากพิมพ์ ทอดให้สุกเหลือง เอาขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พอพักจนเย็นก็กินได้แล้ว

ขนมงาทอด ไส้ถั่วเหลือง

ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชอบกินแน่นอนลองทำขายได้เลย สำหรับขนมงาทอด มาพร้อมวิธีทำไส้ถั่วเหลือง ทอดสด ๆ ขายยิ่งเรียกแขกเลยค่ะ ขายลูกละ 5 บาท หรือ 3 ลูก 20 บาทก็มีคนซื้อจ้า

ส่วนผสม ขนมงาทอด
• ถั่วเหลืองซีก
• กระเทียมสับ 2 ช้อนชา
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย 160 กรัม
• แป้งข้าวเหนียว 150 กรัม
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• งาขาว

วิธีทำขนมงาทอด
1. นำถั่วซีกไปแช่น้ำข้ามคืน ล้างให้สะอาดจนน้ำใส ประมาณ 5 ครั้ง เสร็จแล้วเอาไปนึ่ง ประมาณ 30 นาที พอถั่วซีกสุกก็ใส่ภาชนะผึ่งให้แห้ง
2. ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน เทถั่วซีกนึ่งลงในกระทะ ตามด้วยกระเทียม เกลือ และน้ำตาลทราย 80 กรัม ค่อย ๆ คนให้เข้ากัน เคี่ยวไฟอ่อนจนถั่วซีกเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ รอเลย
3. แบ่งแป้งข้าวเหนียวออกมา 3 ช้อนโต๊ะ นวดแป้งกับน้ำจนเนื้อเนียนเข้ากัน นำไปต้มให้สุก ผ่านน้ำเย็น
4. นำแป้งที่เหลือผสมน้ำตาลทรายที่เหลือ กับผงฟู ใส่แป้งสุกลงไปนวดให้เข้ากัน อาจจะดูแปลกหน่อยแต่อร่อยนะ นวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าแป้งแห้งไปก็ใส่น้ำลงไปหน่อย นวดจนเป็นเนื้อเดียวกัน คลึงแป้งให้เป็นท่อนยาว แล้วตัดแบ่งแป้งตามชอบ เพื่อจะมาห่อไส้
5. คลึงแป้งให้เป็นก้อนกลม แผ่แป้งให้แบน ใส่ไส้ลงไปตรงกลาง ห่อไส้ให้เรียบร้อย จากนั้นคลึงให้เป็นก้อนกลมอีกครั้ง นำไปคลุกบนงาขาวให้ทั่ว
6. ตั้งกระทะใช้ไฟกลางใส่น้ำมันลงไป ใส่ขนมงาลงไปทอด หมั่นคนตลอดเวลา จะได้สุกสีสวยสม่ำเสมอกัน

ขนมฝักบัว

ว้าว ! ขนมฝักบัวของโปรดวัยเด็ก แต่ทุกวันนี้หากินยากมาก ๆ ใครอยากทำขายมาจดสูตรกัน สูตรนี้ใส่กล้วยหอมเพิ่มกลิ่นและรสหวาน ใส่น้ำใบเตยและสีผสมอาหารสีเขียว มาพร้อมเทคนิคทอดให้แป้งตรงกลางปูดนูนสวย

ส่วนผสม ขนมฝักบัว
• แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย
• แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
• น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
• กล้วยหอมสุก 1 ลูก (บดละเอียด)
• ใบเตย 20 ใบ
• สีผสมอาหารสีเขียว 1 ช้อนชา
• น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำขนมฝักบัว
1. ล้างใบเตยให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในเครื่องปั่น เติมน้ำเปล่าลงไปพอท่วม ปั่นจนละเอียด จากนั้นกรองและคั้นเอาแต่น้ำ เตรียมไว้
2. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว และกล้วยหอม ค่อย ๆ เทน้ำใบเตยลงไปนวดให้เข้ากัน ใส่สีผสมอาหารสีเขียวลงไป
3. ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปนวดกับแป้งให้ละลายจนมีลักษณะข้นเหนียว (เหมือนนมข้นหวาน) พักแป้งทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที
4. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะขนาดเล็กสูงประมาณ 1/2 ของกระทะ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ พอน้ำมันร้อน กวนแป้งให้เข้ากันแล้วตักหยอดลงตรงกลางกระทะ (ระวังอย่าให้แป้งใต้กระบวยหยดลงในกระทะ) ขนมจะค่อย ๆ พองจากด้านนอกเข้าสู่ด้านในจนปิดสนิท รอจนขนมเหลืองและลอยขึ้นจากน้ำมันแล้วพลิกกลับด้าน จากนั้นตักน้ำมันราดตรงกลางของขนมเพื่อให้ตรงกลางขนมปูดขึ้น ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ

ขนมงาทอดไส้ถั่วแดง
ขนมงาทอดไส้ถั่วเหลืองใคร ๆ ก็ทำขายกัน ลองเปลี่ยนมาทำขนมงาทอดไส้ถั่วแดง ใครอยากกวนถั่วแดงเองก็เมื่อยมือหน่อยแต่ควบคุมต้นทุนได้ หรือซื้อถั่วแดงกวนก็สะดวกเหมือนกัน พอปั้นแป้งและยัดไส้ถั่วแดงเรียบร้อยก็จับคลุกกับงาขาวอย่างเดียว หรือเพิ่มงาดำคลุกด้วยก็ได้อีก

ส่วนผสม ขนมงาทอด
• แป้งข้าวเหนียว 150 กรัม
• แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
• น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
• เกลือ 1 ช้อนชา
• กะทิ 80 มิลลิลิตร
• น้ำ 80 มิลลิลิตร
• ถั่วแดงกวน
• งาขาวและงาดำ

วิธีทำขนมงาทอด
1. นำแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลปี๊บ เกลือ กะทิ และน้ำใส่อ่างผสม นวดให้เข้ากัน จะได้แป้งเนื้อเนียน
2. นำไส้ถั่วแดงกวนปั้นให้กลมแล้วนำแป้งมาห่อ โดยปั้นแป้งให้กลมแล้วรีดแป้งให้แบนก่อนจึงใส่ไส้ถั่วแดงลงไป
3. หุ้มแป้งแล้วค่อยคลึงเป็นก้อนกลม คลุกงาที่เตรียมไว้ให้ทั่วแป้ง พอเสร็จแล้วก็ตั้งน้ำมันเตรียมทอด
4. นำไปทอดไฟกลาง ต้องหมั่นคนตลอดเวลาให้แป้งสุกทั่วกัน ตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน รอให้คลายร้อน จัดเสิร์ฟ

ข้าวเม่าทอด

ใครที่ขายกล้วยทอดอยู่แล้วลองเพิ่มข้าวเม่าทอดลงไปหน่อยดีไหม เพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับลูกค้าด้วย ส่วนผสมหลัก ๆ ที่ต้องใช้คือข้าวเม่าและกล้วยไข่ ลองฝึกซ้อมฝีมือทำให้ที่บ้านชิมเพิ่มความมั่นใจก่อนขายด้วยก็ดีเหมือนกันจ้า

ส่วนผสม ข้าวเม่าทอด
• กล้วยไข่สุกงอม 1 หวี
• ข้าวเม่า 2 ถ้วย
• มะพร้าวขูด 350 กรัม
• น้ำ 1/2 ถ้วย
• น้ำตาลปี๊บ 250 กรัม
• แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
• หัวกะทิ 1 ถ้วย
• เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
• น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ
• ไข่ไก่ 1 ฟอง
• น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำหน้ากระฉีก
1. แบ่งข้าวเม่า 1 ถ้วย นำไปคั่วด้วยไฟอ่อนจนพองกรอบแล้วกดบี้ให้แตก เตรียมไว้
2. นำข้าวเม่าที่เหลือผสมกับน้ำแล้วนวดพอนุ่ม (อย่าให้แฉะเกินไป) ใส่มะพร้าวขูดลงไป ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ นวดให้ละลายเข้ากัน จากนั้นใส่ข้าวเม่าที่คั่วไว้ลงไป นำขึ้นตั้งไฟอ่อนแล้วกวนจนเหนียวจนสามารถปั้นเป็นก้อนได้
3. ทำแป้งชุบฝอย โดยผสมแป้งข้าวเจ้า หัวกะทิ เกลือ และน้ำปูนใส นวดจนส่วนผสมข้นและละลายเข้ากัน เตรียมไว้
4. นำกล้วยมาห่อด้วยหน้ากระฉีกให้สวยงาม เตรียมไว้
5. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟแรง จากนั้นนำกล้วยชุบลงในส่วนผสมแป้งแล้วนำลงทอด
6. ทำฝอยข้าวเม่า โดยใช้มือจุ่มแป้งชุบทอดแล้วโรยลงในกระทะในขณะที่กำลังทอดกล้วยอยู่ ใช้ตะหลิวเขี่ยมารวมกันเป็นแพ ตักขึ้นวางบนกล้วยข้าวเม่า ตักน้ำมันราดบนฝอยจนเหลืองกรอบ
7. พอกล้วยข้าวเม่าสุกเหลืองตักขึ้นวางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน วางฝอยข้าวเม่าด้านบน

9. กล้วยทอด กล้วยแขก

อย่างที่รู้กันดีว่ากล้วยแขกทำจากกล้วยน้ำว้า สำหรับใครที่ไม่อยากขายเหมือนคนอื่น ขอนำเสนอเมนูกล้วยแขก สูตรนี้จับกล้วยหอมมาทำกล้วยทอด ไม่ต้องใส่กะทิ แค่ใช้น้ำกับมะพร้าวขูด และเติมน้ำตาลทรายลงไปหน่อย

ส่วนผสม กล้วยแขก
• กล้วยหอม (หรือกล้วยน้ำว้า)
• แป้งกรอบ 150 กรัม
• น้ำ (ใส่แค่พอนวดกับแป้งได้)
• น้ำตาลทราย 150 กรัม
• มะพร้าวขูด 150 กรัม

วิธีทำกล้วยแขก
1. ปอกเปลือกกล้วยหอม ตัดครึ่งแล้วหั่นตามยาวให้ได้ 4-5 ชิ้น
2. ผสมแป้งกรอบ น้ำ และน้ำตาลทราย นวดจนน้ำตาลละลาย แล้วใส่มะพร้าวขูด นวดจนเข้ากันดี
3. นำกล้วยที่หั่นไว้แล้วไปชุบแป้ง เตรียมทอด
4. ตั้งกระทะใช้ไฟกลางใส่น้ำมัน รอน้ำมันร้อน นำกล้วยลงไปทอดจนสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *