ตัวชี้วัดว่าคุณควรดู หนังใหม่ เรื่องไหนบ้าง

ตัวชี้วัดว่าคุณควรดู หนังใหม่ เรื่องไหนบ้าง คุณภาพการผลิตหนัง รางวัลที่ได้รับ เรตติ้ง เสียง คาแรคเตอร์ ทั้งหมดนี้เป็นตัวชี้วัดว่าหนังที่คุณอยากดูนั้นมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด

เกณฑ์ชี้วัดนี้สามารถใช้ได้กับทั้ง หนังเก่า และ หนังใหม่ ทั้งนี้ หนังจะสนุกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรสนิยม และความชอบส่วนตัวด้วยเช่นกัน
เรียกได้ว่าการสร้างหนังใหม่ หรือหนังคุณภาพสักเรื่องให้ออกมาดีเยี่ยม ทั้งการดำเนินเรื่อง ฉาก และองค์ประกอบอื่นๆ อีกสารพัด เป็นโจทย์ที่ท้าทายเหล่าผู้กำกับภาพยนตร์อยู่ไม่น้อย หนังบางเรื่องอาจจะมีเนื้อหาดี ทำรายได้ดีเกินคาด แต่ในทางตรงกันข้ามหนังบางเรื่องก็มีเนื้อหาดี แต่ไม่ทำรายได้ก็มี ปัจจุบันมีหนังออกมาให้เลือกดูมากมาย ดังนั้น ถ้าคุณไม่อยากผิดหวังกับหนังที่เลือกดู ลองมาดูเกณฑ์ในการเลือกหนังกันค่ะ

1.คุณภาพการผลิต (Production)

หนังคุณภาพหลายเรื่องที่ออกฉายให้เราได้ดูในโรงภาพยนตร์ ล้วนแล้วแต่เป็นการถ่ายทำในสตูดิโอเทือบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น X-men, King Kong, Iron Man, The Avengers, The Hunger Games หรือแม้แต่หนังฟอร์มยักษ์ อย่าง Avatar ที่เบื้องหลังมีการทำงานในสตูดิโอ ส่วนสตูดิโอที่ใช้ในการถ่ายทำหนังก็มีหลายค่าย มีทั้งสตูดิโอเล็ก และสตูดิโอใหญ่ นอกจากนี้ลักษณะการถ่ายทำ และเทคนิคต่างๆ ของแต่ละค่ายมีความถนัดที่แตกต่างกัน เช่น

Columbia Pictures (โคลัมเบีย พิคเจอร์ส) เป็นบริษัทลูกของ Sony Pictures Entertainment โดยมีผลงานภาพยนตร์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นหนังเรื่อง Terminator 3 Rise of the Machines, The Amazing Spider-Man 1-2, The Smurfs 1-2 และ Bad Boys 2

DreamWorks Animation SKG (ดรีมเวิร์กส์ แอนิเมชัน เอสเคจี) ผลิตหนังแอนิเมชั่น โดยใช้คอมพิวเตอร์ผสมผสานกับการทำงานของกล้อง เพื่อให้ภาพออกมาเสมือนจริง และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด อย่างเรื่อง Shrek, Shark Tale, Madagascar, Over the Hedge, Bee Movie, Kung Fu Panda, Monsters vs. Aliens, และ How to Train Your Dragon

Warner Bros. Pictures (วอร์เนอร์ บราเธอส์ พิคเจอร์ส) จุดเด่นของค่ายนี้ คือ เทคนิคพิเศษที่สร้างขึ้นมาเอง โดยการนำอุปกรณ์ต่างๆ มาประดิษฐ์ หรือฉากจำลอง เพื่อให้เกิดความสมจริงในหนัง อย่างเรื่อง My Fair Lady, Camelot, The Music Man, The Old Man and The Sea, Ghostbusters, Jurassic Park, the Batman trilogy, The Perfect Storm

Universal Pictures (ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส) โดดเด่นด้วยเทคนิคการภาพวาดในคอมพิวเตอร์ โดยเอามาผสมกับฟิล์มหนังที่คนแสดงไว้แล้ว เพื่อให้นักแสดงดูสมจริงนั่นเอง อย่างหนังเรื่อง Ride along 2, My Big Fat Greek Wedding 2, The Huntsman: Winter’s War, The Secret Life of Pets, Sing

Walt Disney Pictures (วอลต์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส) ขึ้นชื่อเรื่องการใช้เทคนิค CGI เป็นการทำภาพซ้อน หรือสร้างฉากทั้งหมดด้วยการวาดลงบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างภาพที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม และสมจริง เช่น Pinocchio, Peter Pan, The Jungle Book, Beauty and the Beast, Mulan

2.ผู้กำกับและนักแสดง

การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรางวัลที่สำคัญของหนัง การเสนอชื่อเข้ารับรางวัลอื่นๆ ซึ่งจะต้องดูด้วยว่าผู้กำกับ และนักแสดงหลักเป็นใคร เคยได้รับรางวัลอะไรมาบ้าง และมีประวัติการทำหนัง หรือแสดงหนังเรื่องใดมาก่อน ถนัดหนังประเภทไหน เหล่านี้ก็สามารถชี้วัดได้ว่า หนังใหม่ เรื่องที่คุณสนใจมีคุณภาพมากแค่ไหน คุ้มค่าแก่เวลา และค่าตั๋วที่คุณควรจะไปชมหรือไม่

3.เรตติ้ง (Rating)

สำหรับเรตติ้งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถชี้วัดได้ว่า หนังเรื่องนี้น่าดูหรือไม่ ต้องพิจารณาจากคะแนน MPAA ที่เป็นทางการของภาพยนตร์ หรือไม่ก็การจัดประเภทหนังที่ได้รับความนิยมในตอนนั้นก็ได้ คะแนนของหนังจะเน้นการกระทำไปพร้อมกับการดำเนินเรื่อง เพื่อให้มีอารมณ์ร่วมไปกับหนังด้วย เพลงประกอบของหนังจะต้องมีความเหมาะสม ซึ่งหนังแต่ละเรตก็จะมีระดับการนำเสนอความเข้มข้นที่แตกต่างกัน และได้มีการกำหนดเรตหนังออกมาเป็นสากล ดังนี้

เรต G (General Audience) : เป็นเรตที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัยไม่จำกัด

เรต PG (Parental Guidance) : ก็จะคล้ายๆ กับเรต G ค่ะ แต่จะเป็นเรตที่มีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก ควรได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่

เรต PG-13 (Parental Guidance 13) : เป็นเรตที่เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ต้องมีผู้ใหญ่ร่วมดู และคอยให้แนะนำ

เรต R (Restricted) : เป็นเรตที่มีเนื้อหารุนแรง ภาพสยดสยอง ภาษาไม่เหมาะสม หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ ดังนั้น เด็กหรือเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 17 ปี ต้องผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำด้วยเท่านั้น

เรต NC-17 (No Children Under 17 Admitte) : เป็นหนังที่มีเนื้อหารุนแรง เช่น คำด่าหยาบคาย ฉากฆ่ากันโหดๆ เสพสิ่งเสพติด ฉากการมีเซ็กซ์ และการกระทำที่ไม่เหมาะสมทั้งหลาย จึงไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี เข้าชม อาจทำให้เด็กมีแนวโน้มในการเลียนแบบนั่นเอง จึงเป็นหนังที่มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น

4.เพลงประกอบ (Music sound)

สำหรับเพลงประกอบหนัง เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อหนังอย่างมาก ดังนั้น เพลงประกอบที่ดีเมื่อได้ยินแล้วเราจะต้องมีอารมณ์ร่วมไปกับเพลงด้วย ฟังแล้วเคลิ้มตาม ฉากต่างๆ ในหนังผุดขึ้นมาในหัวอย่างต่อเนื่อง ยิ้มด้วยความอิ่มเอมใจ เขินอายด้วยฉากรักสุดแสนโรแมนติก สะเทือนใจด้วยฉากเศร้าบีบคั้นอารมณ์ ซึ่งอารมณ์ร่วมเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้มาจากความสอดคล้องของบทเพลงประกอบกับเนื้อเรื่องหลัก และอารมณ์ของหนังร่วมด้วย

5.คาแรคเตอร์ของหนัง (Character)

ต้องดูด้วยว่าหนังเรื่องดังกล่าวมีคาแรคเตอร์เป็นอย่างไร บทภาพยนตร์ถูกดัดแปลงมาจากงานอื่น หรือมีแนวคิดมาจากไหน? ที่สำคัญต้องดูด้วยว่าบทภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมีประสิทธิภาพหรือไม่ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการแสดง และบทสนทนาได้ดีแค่ไหน นักแสดงนำของเรื่องเป็นใคร เคยได้รับรางวัลอะไรมาบ้าง สามารถเข้าถึงบทตัวละครและถ่ายทอดออกมาให้ผู้ชมรู้สึกอินตามได้มากน้อยแค่ไหน

6.ช่างกล้องหรือผู้กำกับภาพ

ช่างกล้องหรือผู้กำกับภาพ เป็นทีมงานที่มีความสำคัญกับหนังมาก เพราะการกำกับภาพจะช่วยส่งอารมณ์หนังไปยัง
ผู้ชม ทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมในฉากเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อภาพที่ต่อเนื่อง หรือเทคนิคมุมกล้องที่ทำให้ฉากประกอบในหนังดูมีชีวิตชีวา หนังบางเรื่องเน้นการเล่าเรื่องผ่านภาพ บทพูดของตัวละครน้อยถึงน้อยมาก หรือไม่มีบทพูดเลย ซึ่งการเล่าเรื่องแบบนี้ต้องอาศัยวิธีการกำกับภาพที่ดี จึงจะสามารถสื่อถึงอารมณ์ของภาพ อารมณ์ของตัวละคร และอารมณ์ของหนังให้ผู้ชมรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปตามๆ กันค่ะ

7.เทคนิคพิเศษ (Special Effects)

เทคนิคพิเศษในหนังจะสร้างภาพในจินตนาการผู้เขียนบท และผู้กำกับภาพยนตร์ให้ออกมามีความสมจริงยิ่งขึ้น คือ เทคนิคพิเศษที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยการนำอุปกรณ์มาประดิษฐ์และสร้างสรรค์ หรือฉากจำลอง เพื่อให้เกิดความสมจริงในหนัง ไม่ว่าจะเป็นระเบิด เลือด รอยบาดแผล อาวุธ เป็นต้น และหนังที่สร้างขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ เช่น ภาพวาดจากคอมพิวเตอร์ โปรแกรมการแมตช์ภาพ เทคนิค CGI การใช้ภาพซ้อน หรือการสร้างฉากทั้งหมดด้วยการวาดลงบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ดังนั้น เทคนิคพิเศษที่อยู่ในหนังจะต้องสอดคล้องกับบท มีความเนียนและสมจริง ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกเพลิดเพลินในขณะดูหนังไปด้วย

8.แผนการตลาด (Marketing)

การสร้างภาพยนตร์จัดว่าเป็นสื่อที่ต้องใช้เวลา และเงินลงทุนในการจัดสร้างค่อนข้างสูง เพราะมีองค์ประกอบ และปัจจัยต่างๆ หลายอย่างร่วมกัน ยิ่งเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่มีผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง มีบทภาพยนตร์ที่ดี น่าสนใจ ฉากอลังการ ใช้เทคนิคการถ่ายทำประกอบกับการลงทุนมหาศาลในการสร้างแล้ว ขั้นตอนและกระบวนการทำหนังก็จะยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นไปด้วย เพื่อให้งานออกมามีคุณภาพ ดังนั้น จึงต้องเข้าใจทิศทางของตลาดด้วยว่า ณ เวลานั้น ตลาดต้องการความบันเทิงรูปแบบไหน เพราะถ้ามาถูกทางก็จะสามารถสร้างรายได้ให้คุ้มค่ากับเงิน และแรงที่ลงทุนไป ซึ่งอาจทำกำไรได้มหาศาลด้วยเช่นกัน

ข้อมูลบางส่วนเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดที่สามารถบอกได้ว่า คุณควรดูหนังเรื่องไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็น หนังใหม่ หรือ หนังเก่า อย่างไรก็ตาม ผู้ชมแต่ละคนก็มีแนวหนังที่ชอบแตกต่างกันไป ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกดูหนังให้สนุก และโดนใจมากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองนะคะ จะเสียเงินให้คุ้มค่าทั้งทีก็ทำการบ้านให้มาก เพื่อเป็นการเพิ่มอรรถรสในการดูหนังให้มากขึ้นกว่าเดิมค่ะ

credit: https://www.potatotechs.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *