ฉนวนกันเสียง/ฉนวนป้องกันเสียง/โฟมกันเสียง

ฉนวนกันเสียง/ฉนวนป้องกันเสียง/โฟมกันเสียง (SOUND) เกิดจากการสั่นสะเทือนของต้นกำเหนิดเสียงจากการกระทบต่ออนุภาคของตัวกลางที่อยู่รอบๆเคลื่อนที่ไปเป็นคลื่นโดยเสียงจะเดินทางได้ดีจากของแข็ง จากของเหลว ก๊าซ แต่มาสามารถเดินทางในสุญญากาศได้

เสียงดัง (NOISE )เป็นเสียงที่เราไม่ปรารถนา เสียงดังที่เกิดขึ้นการรบกวนนั้นขึ้นอยู่กับความเข้มของเสียง เช่น เสียงที่มีความถี่สูงจะรบกวนมากกว่าเสียงที่มีความถี่ต่ำเสียงบริสุทธิ์(PureTone)จะรบกวนมากกว่าเสียงที่ประกอบด้วยเสียงหลายๆเสียง

ความถี่ (HERTZ) คือจำนวนการสั่นสะเทือนต่อวินาที เรียกหน่วยความถี่เป็น HERTZ ความถี่ที่ได้ยินจะอยู่ในช่วง 20-20,000 Hz โดยปกติเราจะกำหนดเสียงที่ความถี่ทุกๆ1,000 Hz เป็นตัวแบ่งระหว่างเสียงที่มีความถี่สูงและเสียงที่มีความถี่ต่ำ เสียงควรจะเป็นเสียงเดียว ความถี่เดียว (Pure Tone) แต่ทั่วไปแล้วจะประกอบเสียงหลายๆเสียง เสียงที่มีความเข้มต่างกัน และเรียกเสียงที่มีความต่ำ (Low frequency) ว่าBass tones ส่วนเสียงที่มีความถี่สูง (High frequency)ว่า Soprano tones

สถานบันเทิง ที่ต้องการใช้เสียง เกิดปัญหาสำหรับเจ้าของกิจการต่างก็ครวญ หากควบคุมเสียงไม่ได้ตามกำหนด เนื่องจากสถานที่แบบนี้ต้องการเสียงที่ค่อนข้างเสียงดังในระดับ110-120 dB โดยทั่วไปวัดระดับเสียงได้148 dB เพื่อความเร้าใจจึงจะดึงดูดคนเที่ยว สะใจนักท่องราตรีมืออาชีพ แต่ถูกกำหนดให้ไม่เกิน 91dB เท่านั้น

ฉนวนป้องกันเสียงที่มีประสิทธิภาพที่มาเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากฉนวนกันความร้อน PU FOAM เป็นลักษณะโครงสร้างเป็นเซลล์ปิด เมื่อพ่นติดวัสดุชิ้นงานต่างๆจะยึดติดแน่นเป็นเนื้อเดียวกันไม่มีรอยต่อจึงพิสูจน์ได้ว่าสามารถป้องกันเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจากภายนอกอาคาร ป้องกันเสียงดังจากภายในโรงงานอุตสาหกรรมสถานบันเทิงต่างๆได้เป็นอย่างดีและฉนวนกันเสียงหรือฉนวนเยื่อกระดาษที่มีคุณสมบัติเป็นวัสดุดูดซับสียงและลดเสียงสะท้อนได้ดีมาก

เสียงที่เราได้ยินตามปกตินั้นเกิดจากการสั่นสะเทือนของอากาศ ถ้าอากาศสั่นสะเทือนมาก เสียงก็จะดังมาก โดยเราวัดความสั่นสะเทือนนี้ในหน่วยวัตต์ ต่อตารางเมตรซึ่งเรียกว่า ความเข้ม (Indencity) ของเสียงแต่เนื่องจากประสาทหูของคนเรามีความมหัศจรรย์น่าพิศวง เพราะสามารถได้ยินเสียงอันแผ่วเบาได้ในระดับใบไม้หล่นกระทบพื้น ไปจนถึงเสียงกัมปนาทเช่น เสียงประทัดโดยระดับความเข้มของเสียงที่เบาที่สุดและดังที่สุด (ที่หูทนได้) ต่างกันถึงล้านๆเท่า
เนื่องจากความแตกต่างกันมากถึงขนาดนี้ ทำให้การระบุตัวเลขด้วยความเข้มทำได้ไม่สะดวกจึงมีการกำหนดหน่วยวัดความดังของเสียง (Loudness) หรือระดับเสียง(Sound level) เสียใหม่ เรียกว่า เดซิเบล (decibel- ย่อว่าdB) โดยหน่วยเดซิเบลนี้ได้ยินได้ ก็คือ 0 เดซิเบล(dB) โดยที่ทุกๆ 10 เดซิเบล ที่เพิ่มขึ้น หูของคนเราจะได้ยินดังขึ้นราว 2 เท่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *