ผิวสวยด้วย คอลลาเจน วุฒิศักดิ์

ผิวสวยด้วย คอลลาเจน วุฒิศักดิ์ วงจรการผลัดเซลล์ผิว (skin cell turnover) ของร่างกายมีระยะเวลา 16-21 วันในแต่ละช่วง การผลัดเซลล์ผิวจะเกิดขึ้นบริเวณส่วนบนสุดของผิวหนังชั้นกำพร้า (epidermis) ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นนอกสุดของร่างกาย

เราเรียกเซลล์ที่หลุดลอกนี้ว่า “ขี้ไคล” หรือชื่อในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า “สเตรตัม คลอเนียม” มีลักษณะซ้อนทับกัน 15-20 ชั้น และมีเคราตินเป็นองค์ประกอบหลักเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงให้ผิว และทำให้ผิวยืดหยุ่น สามารถจัดเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้

ชั้นผิวหนังจะหนาหรือบางจึงขึ้นอยู่กับชั้นของเคราตินนี้ด้วย เซลล์สเตรตัม คลอเนียม ซึ่งต่อไปเราจะเรียกในชื่อสามัญว่า “ขี้ไคล”นี้ จะยึดติดกันด้วย “คอร์นีโอเดสโมโซม” ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเซลล์ไม่ให้หลุดออกจากกัน เมื่อผิวครบวงจรการผลัดเซลล์ผิว หรือได้รับความเสื่อมสภาพจากปัจจัยเร่งเร้าภายนอก อาทิ แสงแดด การอักเสบของผิว ควันบุหรี่ สารเคมี หรือมลพิษ ฯลฯ ร่างกายจะผลิตเอนไซม์ช่วยในการทำลายสะพานเชื่อมเซลล์นี้ และส่งผลให้มีการหลุดลอกของเซลล์ในลำดับต่อไป ในปัจจุบันเราจะพบว่าสภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษนั้น ส่งผลให้เซลล์มีการหลุดลอกช้าลง โดยผู้ที่มีสภาพผิวมันจะเป็นกลุ่มที่ประสบปัญหานี้เป็นหลัก เนื่องจากน้ำมันบนผิวหน้าจะส่งผลให้เซลล์ผิวเหล่านี้เกาะกันแน่นจนเกินไป หรือแม้แต่อายุที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้วงจรการผลัดเซลล์ผิวช้าลงเช่นกันได้เช่นกัน

ปัญหาผิวหน้าลอกจากการที่เซลล์ผิวผลัดเซลล์ผิวไม่สม่ำเสมอ
ทำให้ผิวอาจเกิดภาวะแห้งกร้านจากสภาวะแวดล้อมภายนอก และหลุดลอกออกบางส่วน โดยการหลุดลอกนี้อาจนำมาซึ่งอาการแทรกซ้อน เช่น อาการคัน และเชื้อราได้ และการผลัดเซลล์ผิวที่ไม่สม่ำเสมอนี้เองทำให้การบำรุงผิวจะไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควร เนื่องจาก ครีม/เซรั่มที่ทาลงบนผิวนั้นจะถูกยึดติดอยู่บริเวณผิวที่เสื่อมสภาพก่อน ไม่สามารถซึมได้ถึงผิวชั้นใน บางครั้งเราจึงสงสัยว่าครีมบำรุงผิวที่เราใช้นั้น จึงไม่สามารถแก้ปัญหา/ตอบโจทย์บนใบหน้าของเราได้เลย

โดยปัญหาที่เกิดจากการผลัดเซลล์ผิวที่ช้าลงจะเกิดผลเสียดังนี้

ใบหน้าหมองคล้ำ
สีผิวไม่สม่ำเสมอ ปรากฏจุดด่างดำบนใบหน้า ทำให้สภาพรวมบนใบหน้าเหมือนคนสูงวัย เนื่องจากเซลล์ผิวที่หมดอายุแล้วตกค้างสะสมบนใบหน้า จึงทำให้กระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ชะลอตัวลง

ในเมื่อการผลัดเซลล์ผิวหน้าของเราไม่สามารถรอได้อีกต่อไป ผู้เขียนจึงมี 2 วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวหน้า ให้ผิวหน้ากลับมากระจ่างใส เผยผิวที่แข็งแรง ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกาย และ ชะลอต้นเหตุของริ้วรอยก่อนวัยได้อีกด้วย วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวจึงประกอบด้วย

การผลัดเซลล์ผิวโดยใช้เครื่องมือทางการแพทย์ หรือ ใช้วิธีทางกายภาพ (Mechanical peeling) เริ่มตั้งแต่การขัดบริเวณ หน้า และลำตัวด้วย ใยบวบ หินขัดตัว ผ้าขนหนู การสคับผิวด้วย ผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติ เช่น น้ำตาล เกลือ กาแฟ อัลมอนด์ หรือวัสดุสังเคราะห์ ได้แก่ เม็ดสครับจากโพลีเอททีลีน ไปจนถึงการกรอผิวหน้าด้วยเกร็ดอัญมณี อย่างไรก็การการสครับผิวนั้น เป็นวิธีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองค่อนข้างมากจากผลิตภัณฑ์ที่นำมาสคับอาจมีเหลี่ยม มุม ที่บาดผิว หรือการผลัดเซลล์ผิวอาจเป็นไปโดยไม่สม่ำเสมอ

ข้อควรระวัง: การขัดผิวหน้าไม่ควรทำเกิน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ สครับที่นำมาขัดบริเวณผิวหน้าควรละเอียดกว่า สครับสำหรับขัดผิวกาย งดการสครับผิวบริเวณที่เป็นสิวอักเสบ หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัดโดยตรงเป็นเวลา 1-2 วัน และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ควรบำรุงผิวด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ทุกครั้งเพื่อป้องกันผิวแห้งกร้านจากการสูญเสียน้ำใต้ผิวหน้า อย่างไรก็ตามระยะเวลาที่ใช้ในการขัดผิวไม่ควรเกิน 10-15 นาที เพราะอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองที่มากเกินไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *